เครื่องมือง่ายๆใช้ในการวางโครงร่างงานพิมพ์

IMG 4198

     ในการผลิตสิ่งพิมพ์ มักจะแบ่งงานออกตามการตอบสนองความต้องการของเจ้าของงานโดยส่วนใหญ่งานด้านการประชาสัมพันธ์มักจะเลือกส่ิงพิมพ์ประเภทใบปลิว, แผ่นพับ, โปสเตอร์, จุลสาร, โบรวชัวร์ ฯลฯ  ซึ่งมีลักษณะจำนวนหน้าน้อยขนาดเล็กสามารถบรรจุเนื้อหาที่สำคัญได้เท่าที่จำเป็น  การออกแบบจึงไม่ค่อยมีความซับซ้อน เนื่องจากเราสามารถกำหนดขนาดชิ้นงานและคำนวณกระดาษที่ใช้งานได้ง่าย  ซึ่งเป็นผลต่อการออกเพลทก็จะไม่ซับซ้อนเช่นกันด้วย แต่ในขณะที่งานทำเป็นการเข้าเล่มทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นงานหนังสือ, วารสาร, คู่มือใช้งาน ฯลฯ จะมีความซับซ้อนในการออกแบบมาก  เนื่องจากความต้องการของผู้ออกแบบงานสิ่งพิมพ์มีความหลากหลายมาก อาทิเช่น กระดาษที่ใช้ในการทำปกกับเนื้อในไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งกระดาษเนื้อในเองก็มีมากกว่าหนึ่งประเภท บางครั้งยังมีการพิมพ์จำนวนสีในเนื้อในไม่เท่ากัน บางหน้าพิมพ์สีเดียว บางหน้าพิมพ์สี เป็นต้นถ้าการวางหน้าไม่เป็นไปอย่างถูกต้อง จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก ดังนั้นสิ่งที่นำเข้ามาช่วยในการออกแบบโครงร่างของสิ่งพิมพ์ คือกระบวนที่เรียกว่าการทำ Dummy

 
     การทำ Dummy นอกจากจะทำให้เราเห็นภาพรวมของสิ่งพิมพ์ที่เราต้องการแล้วยังเป็นตัวช่วยในการตีราคาสิ่งพิมพ์ของโรงพิมพ์ และทำให้โรงพิมพ์สามารถประเมินการผลิตได้ว่า  จะสามารถดำเนินการผลิตแบบใด ลักษณะใด เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดสรุปนำเสนอกับลูกค้าเพื่อหาจุดลงตัวตามงบประมาณที่มีอยู่ ดังนั้นก่อนที่จะมีการติดต่อกับทางโรงพิมพ์ ควรจะมีการทำ Dummy คร่าวๆ เพื่อให้ทราบว่าหนังสือที่ต้องการเป็นอย่างไรก่อน  โดยวิธีการพับ Dummy สามารถดูได้จาก ที่นี่ 
 
ตัวอย่างด้านล่างนี้ เป็นข้อมูลหนังสือขนาดทั่วไปที่นำมาใช้ในการทำ Dummy โดยพิจารณาตามลำดับดังนี้
1. ปกและเนื้อในเป็นกระดาษประเภทเดียวกันหรือไม่ 
กรณีปกกับเนื้อในใช้กระดาษคนละประเภทกัน ให้ใช้ Dummy แยกแผ่นไปเลย (โดยปกส่วนใหญ่มักจะทำเป็นลักษณะพิมพ์กลับในตัว)
2. ประเภทกระดาษที่ใช้กับเนื้อในเป็นประเภทเดียวกันทั้งเล่มหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ให้ทำ Dummy แยกแผ่นเช่นกัน
3. จำนวนสีที่ใช้พิมพ์ ถ้าตลอดทั้งเล่ม มีการพิมพจำนวนสีที่แตกต่างกันเช่น พิมพ์สีเดียวบางส่วน และพิมพ์สี่สีบางส่วน ก็ต้องทำ Dummy แยกแผ่นเช่นกัน
4. จากข้อมูลทั้งหมดนำมารวมกันจะพบว่ามีจำนวนชิ้นของกระดาษแยกตามจำปรเภทและจำนวนสีทั้งหมด ควรจะให้มีหน้าที่หารด้วย 8 ลงตัว อาทิ 2, 4, 6, 8  และ 16 หน้าเป็นต้น
 
ข้อสังเกต ขนาดงานหนังสือที่ขายทั่วไปในท้องตลาดจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน 
เนื่องจากการออกแบบจะจัดให้จำนวนหน้าลงตัวที่กระดาษ 1 ใบพิมพ์สามารถพิมพ์ได้ เรียกว่า 1 ยกพิมพ์
นั่นหมายถึง Dummy แต่ละชิ้นคืองาน 1 ยก นั่นเอง